


สภาพทั่วไป
๑. ด้านกายภาพ
๑.๑ ตำบลไพรขลา
มีเนื้อที่ประมาณ ๓๕,๑๗๕ ไร่ หรือ ๕๖.๒๘ ตารางกิโลเมตร ห่างจากอำเภอชุมพลบุรี ๑๗ กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ ๖๘ กิโลเมตร
- ทิศเหนือ จดตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
- ทิศใต้ จดตำบลหนองเรือ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
- ทิศตะวันออก จดตำบลทุ่งกุลาและ ตำบลพรมเทพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์
- ทิศตะวันตก จดตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
๑.๒ ลักษณะภูมิประเทศ
โดยทั่วไปมีสภาพเป็นที่ราบลุ่ม อยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ หน้าฝนมีน้ำท่วมขังทั่วไป หน้าแล้งเป็นพื้นที่ ที่แห้งแล้งไม่มีน้ำ ลักษณะทางกายภาพของดินเป็นดินร่วนปนทราย มีคุณสมบัติเป็นดินเค็มและเปรี้ยว พื้นที่ทั้งหมดใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ได้แก่การทำนาเป็นต้น มี ๓ ดูกาล (ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว)
๑.๓ ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะอากาศมีลักษณะร้อนชื่น อากาศเปลี่ยนแปลงไปตามฤดู ซึ่งมี ๓ ฤดู ดังนี้
-ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนและแห้งแล้ง แต่บางครั้งอาจมีอากาศเย็น บ้างครั้งเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงหรืออาจมีลูกเห็บตกก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนทุกปี เรียกว่า พายุฤดูร้อน” อากาศร้อน จะมีอุณหภูมิระหว่าง ๓๕ – ๓๙.๙ องศาเซลเซียส ร้อนจัดมีอุณหภูมิประมาณ ๔๐ องศาเซลเซียสขึ้นไป
-ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ฝนตกมากในช่วงเดือน พฤษภาคม – ตุลาคม แต่อาจเกิด“ช่วงฝนทิ้ง” ซึ่งอาจนานประมาณ ๑ – ๒ สัปดาห์หรือบางปีอาจเกิดขึ้นรุนแรงและมีฝนน้อยนานนับเดือน ในเดือนกรกฎาคม แต่ในเขตตำบลไพรขลาไม่เคยเกิดอุทกภัยรุนแรง
-ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนานราว ๑-๒ สัปดาห์ เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว อากาศแปรปรวนไม่แน่นอน อาจเริ่มมีอากาศเย็นหรืออาจยังมีฝนฟ้าคะนอง อากาศหนาวอุณภูมิต่ำสุด ประมาณ ๑๕ องศา
๑.๔ ลักษณะของแหล่งน้ำ
มีแหล่งน้ำที่ใช้สำหรับ อุปโภค-บริโภค แหล่งน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและที่องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลาได้ดำเนินการปรับปรุงก่อสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้เพียงพอกับการอุปโภคและบริโภคของประชาชน ดังนี้
แหล่งน้ำธรรมชาติ
- ลำน้ำ,ลำห้วย จำนวน ๖ แห่ง - สระน้ำ,ลำคลอง จำนวน ๓๐ แห่ง
- บึง,หนองน้ำ จำนวน ๔๗ แห่ง
แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น
- แก้มลิง จำนวน ๑ แห่ง
- ฝาย จำนวน ๘ แห่ง
- บ่อบาดาล จำนวน ๑๕ แห่ง
- ประปา จำนวน 11 แห่ง
๑.๕ ลักษณะของไม้และป่าไม้
ในเขตตำบลไพรขลาไม่มีป่าไม้ แต่มีต้นไม้ที่ชาวบ้านปลูกลักษณะของไม้เป็นไม้ยืนต้น และไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้ยูคา
๒. ด้านการเมือง/การปกครอง
ตำบลไพรขลา มีทั้งหมด ๑๒ หมู่บ้าน ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา ประชาชนให้ความร่วมมือด้านการเลือกตั้งเป็นอย่างดี จนได้รับประกาศนียบัตรจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุรินทร์ ว่าประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งเกินร้อยละ ๗๐ บัตรเลือกตั้งเสียไม่เกินร้อยละ ๒ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ปัญหาคือการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเฉพาะ การคัดเลือกผู้ใหญ่บ้าน การแก้ไขปัญหาของตำบลไพรขลาคือ ขอความร่วมมือ ผู้นำ เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้ระมัดระวัง สอดส่องพฤติกรรมและให้รายงานอำเภอทราบ การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เกี่ยวกับข้อกฎหมายของการเลือกตั้งที่กระทำได้และทำไม่ได้ให้ประชาชนได้รับทราบ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตำบลไพรขลาก็ได้พยายามแก้ไข โดยเรื่องจากการประชุมประชาคมท้องถิ่นทุกหมู่บ้านในเขตตำบลไพรขลา ในการจัดทำแผนพัฒนาตำบลไพรขลา จากผลการประชุมทุกครั้งที่องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลาจัดขึ้น มีประชาชนสนใจเข้าร่วมประชุมรวมทั้งแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ส่งผลให้องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา ดำเนินงานตามความต้องการของประชาชน และประชาชนได้รับและมีส่วนร่วมในการพัฒนาตำบล นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนตำบล ได้จัดโครงการอบรมศึกษา ดูงาน ของคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงานส่วนตำบล และโครงการอื่นๆ สำหรับประชาชนอีกหลายโครงการ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาตำบลให้เจริญเท่าเทียมกับตำบลอื่นๆ และองค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา มีโครงการจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติงานให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ บางโครงการต้องระงับไว้เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ มีอัตรากำลังพนักงานส่วนตำบลจำกัด ไม่เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการของประชาชนในด้านบริการ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา แบ่งเขตการปกครอง ดังนี้
๔. สภาพทางสังคม
๔.๒ สาธารณสุข
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ๒ แห่ง
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไพรขลา มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๔ คน แยกเป็น
- นักวิชาการสาธารณสุข ๒ คน
- พยาบาลวิชาชีพ ๑ คน
- เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข ๑ คน
- อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ๕๑ คน
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโพนม่วง มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๒ คน แยกเป็น
- นักวิชาการสาธารณสุข - คน
- พยาบาลวิชาชีพ ๑ คน
- ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๑ คน
- อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ๕๙ คน
๔.๓ การสังคมสังเคราะห์
องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา ได้ดำเนินการด้านสงคมสังเคราะห์ ดังนี้
๑. ดำเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ เป็นประจำทุกเดือน
๒. รับลงทะเบียนและประสานโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
๓. ประสานการทำบัตรผู้พิการ
๔. ตั้งโครงการช่วยเหลือผู้ยากจน ยากไร้ รายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาสไร้ที่พึ่ง
๕. ตั้งโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านคนจน
๕. ระบบบริการพื้นฐาน
๑. การคมนาคม
- ทางหลวงหมายเลข ๒๐๘๑ สายชุมพลบุรี – ท่าตูม จำนวน ๑ สาย
- ถนน รพช. ผ่านตำบล จำนวน ๓ สาย
- ถนนภายในหมู่บ้าน จำนวน ๑๒ หมู่บ้าน
๒. การโทรคมนาคม
- โทรศัพท์สาธารณะ จำนวน ๑๒ หมู่บ้าน
๓. การไฟฟ้า
- ไฟฟ้าเข้าถึง จำนวน ๑๒ หมู่บ้าน
๖. ระบบเศรษฐกิจ
๑. อาชีพ
- ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา และรับจ้างทั่วไป หลังจากว่างเว้นฤดูการเก็บเกี่ยวจะมีการทอผ้าไหม ฐานะประชากรโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางกึ่งต่ำ
๒. ผลิตภัณฑ์ตำบล
- ข้าวหอมมะลิ ประชากรส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ มีพื้นที่เกษตรกรรม ประมาณ ๒๔,๗๘๓ ไร่ ผลิผลิตเฉลี่ย ๔๐๐ กิโลกรัม / ไร่
- หมู่บ้านทอผ้าไหมราษฎรในตำบลไพรขลาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเอง ทอผ้าไหมลายพื้นบ้านเป็นเอกลักษณ์ของตนเองแต่เดิมผลิตเพื่อไว้ใช้เองต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลาและได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอชุมพลบุรี ทำให้สามารถผลิตและจำหน่ายได้ทำให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น
- ร้านค้าชุมชน หมู่ที่ ๖ ศูนย์สาธิตการตลาด หมู่ที่ ๗ เป็นการดำเนินงานโดยสมาชิกของกลุ่มที่เข้มแข็งทำให้มีผลกำไร เป็นลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกกลุ่มและราษฎรในหมู่บ้านเป็นอย่างดี
๗. ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม
๑. การศาสนา ศาสนาที่ประชาชนในเขตตำบลไพรขลานับถือ คือ ศาสนา พุทธ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ มีวัด / สำนักสงฆ์ ๔ แห่ง ดังนี้
๑. วัดสระบัวงาม บ้านขาม หมู่ที่ ๒
๒. วัดศรัทธาวารี บ้านไพรขลาน้อย หมู่ที่ ๔
๓. วัดทุ่งสำราญ บ้านตาเฮอ หมู่ที่ ๕
๔. วัดอัมภาวารินทร์ บ้านโพนม่วง หมู่ที่ ๑๐
๒.วัฒนธรรม
ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ภาษาท้องถิ่นดังนี้ ภาษาอีสาน คิดเป็นร้อยละ ๕๙ ภาษาเขมรคิดเป็นร้อยละ ๓๙ ภาษาส่วยคิดเป็นร้อยละ ๑ ภาษาไทยคิดเป็นร้อยละ ๑ นับถือขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้านแบบดั้งเดิม เช่น ประเพณีแห่นาค อุปสมบท ช่วงเดือน ๖ ของทุกปี หรือช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ของทุกปี จะมีพิธีอุปสมบทหมู่ โดยใช้ช้างเป็นพาหนะในการแห่นาคไปรอบหมู่บ้านดังกล่าว และประเพณีวันสารทหรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “โฎนตา” เป็นงานสำคัญ และยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันเรื่อยมากำหนดงานจะมีขึ้นในช่วงเดือน ๑๐ ของทุกปี แบ่งได้ ๒ ช่วงคือ ช่วงที่ ๑ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ เรียกว่า “สารทเล็ก” หรือ “เบ็ญตู๊จ” ประชาชนจะพากันไปทำบุญตักบาตรที่วัด ช่วงที่ ๒ ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ เรียนว่า “สารทใหญ่” หรือ “เบ็ญทม” ทุกครอบครัวจะทำพิธีเซ่นไหว้ ซึ่งเรียกวิญญาณของพี่น้องหรือบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วให้มารับของเซ่นไหว้ ซึ่งเรียกว่า “แซนโฎนตาโฎนยาย” ญาติพี่น้องที่ไปอยู่ที่อื่นก็กลับมารวมกัน เพื่อร่วมพิธีดังกล่าว ตอนกลางคืนก็จะไปทำบุญและฟังพระสวดที่วัด มีการทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร รุ่งเช้า ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ก็จะไปทำบุญตักบาตรที่วัดเป็นอันเสร็จพิธี
๓. ด้านวัฒนธรรมประเพณี
หากเอาฮีตสิบสอง – คองสิบสี่ ของลาวอีสานส่วนใหญ่มาเปรียบเทียบจะพบว่าชุมชนไพรขลาจะแปลกออกไปในบางอย่าง ซึ่งเป็นการหล่อหลอมรวมกันของวัฒนธรรมลาว ส่วย เขมร
อีต ๑๒ คือ ประเพณีทางศาสนาทั้ง ๑๒ เดือน ของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวโดยรวมได้แก่
-เดือน ๕ บุญสงกรานต์ ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ ให้เอาดอกไม้ธูปเทียน ไปวัด เลี้ยงภัตตาหารพระสงฆ์ ฟังเทศน์ มีบายศรีสู่ขวัญ เอาน้ำหอมผสมขมิ้นรดสรงแก่ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่เคารพนับถือ
-เดือน ๖ บุญบั้งไฟ ทำพิธีส่งบั้งไฟไปขอฝนจากพญาแถน เป็นการทำบุญเลี้ยงพระก่อนหน้าการทำนา แห่บั้งไฟเป็นการรื่นเริงสนุกสนาน
-เดือน ๗ บุญซำฮะ เป็นการทำบุญเพื่อล้างสิ่งชั่วร้าย เช่น ผีบ้านเรือน หลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลของปี นิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์เย็นและตอนเช้ามีการเลี้ยงพระ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ทำความสะอาดบ้าน เช่น ผีประจำหมู่บ้าน ผีปู่ย่าตายาย ผีไร่นา ผีหลักเมือง
-เดือน ๘ บุญเข้าพรรษา เอาข้าวตอกดอกไม้ ขี้ผึ้ง ธูปเทียนไปรวมกันที่วัด ฟังเทศน์ อุณณหัสสาวิไชย และปัญญาบารมี หล่อเทียนพรรษาถวายวัด ถวายปัจจัย เช่น ข่าวสาร อาหารแห้งน้ำมันแก่พระเพื่อใช้ในพรรษา
-เดือน ๙ บุญข้าวประดับดิน เลี้ยงภัตตาหารสงฆ์ ทำบังสุกุลส่งบุญไปให้ผู้ตายฟังสวดพาหุง อาหารเซ่นผีไปวางตามพื้นดิน ตามป่า เพื่อผีไม่มีญาติจะได้กิน
-เดือน ๑๐ บุญข้าวสาก เป็นการถวายสลากภัตรแก่พระสงฆ์ พระเณรรูปใดจับสลากได้ของผู้ใด ผู้น้ำถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ และเอาอาหารสำหรับเปรตไปแขวนไว้ตามต้นไม้ ถวายผ้าอาบน้ำ
-เดือน ๑๑ บุญออกพรรษา ถวายภัตตาหารพระสงฆ์มีพิธีถวายปราสาทผึ้ง ไหลเรือไฟ (คล้ายลอดกระทงของภาคกลาง) ตักบาตรเทโว
-เดือน ๑๒ บุญกฐิน ถือว่าเป็นบุญที่ให้กุศลแรง ถวายผ้ากฐิน
-เดือนอ้าย บุญเข้ากรรม เลี้ยงพระ เนื่องในพิธีที่พระสงฆ์ผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส มาขอแสดงอาบัติของตนแก่ที่ประชุมสงฆ์
-เดือนยี่ บุญคูนลาน เป็นบุญหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยการประพรมน้ำพุทธมนต์ ยุ้งฉางลานข้าว ทำขวัญข้าว เก็บฟืนไว้ใช้
-เดือนสาม บุญข้าวจี่ ถวายอาหารพระที่วัด ฟังเทศน์ ฟังธรรมมีการนำข้าวจี่ไปถวายพระด้วย
-เดือนสี่ บุญพระเวส เป็นการเลี้ยงพระและฟังเทศน์มหาชาติมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ แห่กัณฑ์หลอน แห่ข้าวพันก้อน เทศน์มาลัยหมื่น มาลัยแสน อ่านสังกาส เทศน์มหาชาติ
หากพิจารณาเปรียบเทียบกันระหว่างประเพณีนิยมของชุมชนอีสานทั่วไปกับชุมชนบ้านไพรขลาจะพบว่าไพรขลามีความแตกต่างเฉพาะตัวเองไม่เหมือนประเพณีนิยมของลาวอีสาน ส่วนใหญ่ โดยจะมีประเพณีทางกลุ่มชาติพันธุ์เขมร และส่วยเข้ามาแทรกอยู่เช่น รำมะม๊วดประเพณีบวชนาคด้วยช้าง บุญข้าวสากน้อย (แซนโฎนตา) เหล่านี้คือสิ่งที่แตกต่างและเป็นแบบนี้มานานแล้ว ยกเว้นกรณีบุญบั้งไฟ ชุมชนบ้านไพรขลา มียกเลิกการจัดงานบุญบั้งไฟไปไม่กี่ปีมานี้ ด้วยสาเหตุอันตรายเกินไป และชุมชนอื่น ๆ รอบข้างก็มีบุญประเพณีนี้ทุกชุมชน (มีมากอยู่แล้วก็ไม่ต้องจัด) การมีวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นเป็นของตนเองแบบนี้ อาจเกิดจากการปรับตัวของชุมชน ที่อยู่ท่ามกลางความหลากหลายวัฒนธรรมนั่นเอง
๘. ทรัพยากรธรรมชาติ
๑. ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
- โดยส่วนมากราษฎรในตำบลไพรขลาปลูกยูคาลิปตัสบนคันนา ตามลำคลอง และพื้นที่หัวไร่ปลายนา เพื่อเป็นการเสริมรายได้ ทั้งจากการขายข้าวเจ้าหอมมะลิ และขายไม้ยูคาลิปตัสได้ปีละหลายหมื่นบาท
- มีแม่น้ำลำพลับพลาไหลผ่านด้านทิศเหนือของตำบล
๙. อื่นๆ
๑. การพาณิชย์
ตำบลไพรขลามีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน ๓ แห่ง และมีปั้มน้ำมันหลอดที่ให้บริการในหมู่บ้านจำนวน ๙ แห่ง มีร้านค้าขนาดเล็กจำนวน ๕๔ ร้าน ร้านค้าขนาดใหญ่ จำนวน ๖ แห่งโรงสีขนาดเล็ก จำนวน ๓๘ แห่ง โรงสีขนาดใหญ่ จำนวน ๑ แห่ง ร้านซ่อมรถจักยานยนต์ จำนวน ๕ แห่ง ร้านซ่อมรถยนต์ จำนวน ๖ แห่ง โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ จำนวน ๙ แห่ง
๒. มวลชนจัดตั้ง
- ลูกเสือชาวบ้าน ๒ รุ่น จำนวน ๙๘๐ คน
- อปพร. ๑ รุ่น จำนวน ๑๓๗ คน
- อส.ตร. ๑ รุ่น จำนวน ๑๕๐ คน
- กลุ่มอาชีพ จำนวน ๓๘ กลุ่ม
- กลุ่มออมทรัพย์ จำนวน ๙ กลุ่ม
- กลุ่มอื่นๆ จำนวน ๓ กลุ่ม
๓. ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของท้องถิ่น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยมีการพัฒนาและบูรณาการ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ตามแผนการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการปฏิรูประบบราชการไปพร้อมกัน เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลาจึงได้จัดทำแผนอัตรากำลัง ๓ ปี เพื่อไว้รองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
โครงสร้างและกระบวนการบริหารบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา ประกอบด้วย ก. บุคลากร พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง จำนวน ๓๗ คน (ข้อมูล ณ ๓๐ เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒)
- ตำแหน่งในสำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน ๑๘ คน
- ตำแหน่งในกองการคลัง จำนวน ๘ คน
- ตำแหน่งในกองช่าง จำนวน ๕ คน
- ตำแหน่งกองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๑๐ คน
- ระดับการศึกษา
- ประถมศึกษา จำนวน - คน
- มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน - คน
- มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๘ คน
- อนุปริญญา จำนวน ๖ คน
- ปริญญาตรี จำนวน ๑๕ คน
- ปริญญาโท จำนวน ๘ คน
๔. ผลการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบล
๔.๑ การดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของประชาชน สนับสนุนโครงการเสริมสร้างถนนลงหินคลุก โครงการเสริมสร้างถนนลงลูกรัง โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จัดหาแหล่งน้ำ เพื่อใช้ทางด้านการเกษตร และช่วยทางด้านอุทกภัย เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง การลงทุนซ้ำซ้อน ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของประชาชนมีมาก เพื่อตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของประชาชน
จัดให้มีน้ำสะอาดในการอุปโภค – บริโภค ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา และได้มีการปรับปรุงขยายเขตประปาภายในชุมชน ก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน ซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้าน
ดำเนินการปรับปรุงระบบไฟฟ้าสาธารณะ ซ่อมแซมไฟฟ้าสาธารณะ และขยายเขตไฟฟ้าให้มีแสงสว่างที่ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ ขององค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา
มีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของประชาชน ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลาและนักท่องเที่ยวสัญจรไปมา เพื่อประโยชน์ด้านการพักผ่อน
๔.๒ การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ พัฒนาและส่งเสริมกลุ่มองค์กรต่าง ๆ เพื่อเป็นรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยนำหลักการของรัฐบาลมาปรับใช้ ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา และช่วยส่งเสริมกลุ่มองค์กร เพื่อให้เกิดการสร้างงาน มีงานทำมีรายได้ในหมู่บ้านและตำบลของเรา เพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ในอนาคต การกระตุ้นเศรษฐกิจ องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลาและกลุ่มเกษตรอินทรีย์แต่ละหมู่บ้านได้ก่อสร้างโรงสีชุมชนเพื่อสีข้าวสารที่เป็นข้าวหอมมะลิและจำหน่าย ซึ่งเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของตำบลไพรขลา และได้ก่อสร้างโรงเรือนเกษตรอินทรีย์เพื่อให้กลุ่มเกษตรอินทรีย์แต่ละหมู่บ้านได้จัดทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในการผลิตข้าวหอมมะลิ และนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารปลอดสารพิษต่อไป ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ตำบลไพรขลา
๔.๓ การดำเนินงานด้านสังคม โดยส่งเสริมเด็กที่เรียนเก่งแต่ยากจนและขาดทุนทรัพย์ในการเรียน เพื่อให้เด็กที่มีความมุ่งมั่นในด้านการศึกษาและจะนำพาให้เด็กเป็นคนดีของชาติได้ในอนาคต ส่งเสริมทางด้านการเล่นกีฬา โดยการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาประชาชนและเยาวชน เพื่อที่จะพัฒนาให้เด็กรู้จักแพ้รู้จักชนะและรู้จักการให้อภัยและเพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงไม่ไปติดยาเสพติด จัดให้มีการรณรงค์ป้องกันยาเสพติด ดำเนินการให้มีเงินสงเคราะห์ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กด้อยโอกาส และผู้ติดเชื้อเอดส์ ให้การสนับสนุนงบประมาณหน่วยงานอื่นในการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย เช่น อุทกภัย อัคคีภัย วาตภัย และภัยอื่น ๆ ที่เกิดจากธรรมชาติ
๔.๔ การดำเนินงานด้านการเมืองการบริหาร ในด้านการพัฒนาด้านการเมืองการบริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลจัดให้มีการอบรมและพัฒนาประสิทธิภาพแก่คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม เพื่อพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถและเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทำงาน และได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อประสานงานโดยขยายเวลาทำงานช่วงพักเที่ยงและวันเสาร์ บริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยการจัดทำประชาคมหมู่บ้าน การจัดเวทีประชาคมระดับตำบล การจัด อบต.สัญจร การจัดการเลือกตั้ง จัดหาอุปกรณ์และปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้สำนักงานให้มีความทันสมัยสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาและสถานที่ปฏิบัติงาน
๔.๕ การดำเนินงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามาก ป่าไม่สมบูรณ์ปัญหาสภาพแวดล้อมอื่นๆก็จะตามมา องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา ได้ร่วมกับประชาชน เยาวชน กลุ่มมวลชนร่วมกันปลูกต้นไม้เป็นแนวเขตที่สาธารณะประโยชน์และปลูกป่าทดแทน ดูแลรักษาป่า ลำธาร แม่น้ำลำคลอง จัดให้มีโครงการกำจัดวัชพืช และโครงการกำจัดสิ่งปฏิกูลมูลฝอยและจัดหาถังขยะ
๔.๖ การดำเนินงานด้านสาธารณสุข การดำเนินงานทางด้านสาธารณสุขทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น องค์การบริหารส่วนตำบลได้ส่งเสริมสุขภาพอนามัย การออกกำลังกาย ส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุ เด็กและสตรี รณรงค์ควบคุมโรคติดต่อไข้เลือดออก โดยการจัดซื้อน้ำยาเคมีพ่นหมอกควัน ปูนเคียวหมากและทรายอะเบท เพื่อกำจัดยุงอันเป็นสาเหตุของโรค จัดหาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคระบาด โครงการอาหารปลอดภัย โครงการคัดกรองผู้หญิงอายุ ๔๐ ปี ขึ้นไปเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โรคความดัน (โลหิตสูง) โครงการร่วมกับ รพสต.ในพื้นที่ตรวจหาสารเคมีตกค้าง
๔.๗ การดำเนินงานด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส่งเสริมการศึกษาของเด็กโดยการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน อาหารเสริม (นม) ให้โรงเรียนในพื้นที่ตำบลทุกโรง จัดตั้งศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ สนับสนุนวัสดุสื่อการเรียนการสอน สนับสนุนงบประมาณให้โรงเรียนจัดโครงการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน ตลอดจนการสนับสนุนงบประมาณในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ส่งเสริมอาชีพในสถานศึกษา สนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการ จริยธรรมหรือนันทนาการการศึกษา และมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส นักเรียนเรียนดีแต่ยากจน ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมทำนุบำรุงศาสนาและจัดประเพณีในวันสำคัญต่างๆ เช่น ถวายเทียนพรรษา การจัดประเพณีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ลอยกระทง และประเพณีการแข่งเรือในวันออกพรรษา
บริการขั้นพื้นฐาน
การคมนาคม
1.ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 2081 ผ่านพื้นที่บ้านขามและไพรขลา ระยะทาง 6 กิโลเมตร
2.ทางหลวงชนบท หมายเลข 4001 จากทางหลวง 2081 ผ่านโพนม่วงถึงแบ่งเขต อบต.ไพรขลา-ทุ่งกุลา ระยะทาง 15.08 กิโลเมตร
3.ทางหลวงท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา เส้นทางสาย ขาม-โพนม่วง ระยะทาง 11 กิโลเมตร
4.ทางหลวงท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา เส้นทางสายไพรขลา - โนนสมบูรณ์ ระยะทาง 8.6 กิโลเมตร
5.ทางหลวงท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา เส้นทางสายโนนตาล - ตาเฮอ ระยะทาง 4 กิโลเมตร
6.ทางหลวงท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา และอบจ.สุรินทร์ จากทางหลวง 2081 ผ่านบ้านขาม ถึงแบ่งเขต อบต.ไพรขลา-หนองเรือ ระยะทาง 2 กิโลเมตร
7.ทางหลวงท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา จากทางหลวง 2081 บ้านโพนงามถึง คุ้มหนองควายบ้านโนนตาล ระยะทาง 4 กิโลเมตร
8.ทางหลวงท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา และอบจ.สุรินทร์ จากทางหลวง 2081 ผ่านโนนโพธิ์ ถึงแบ่งเขต อบต.ไพรขลา-หนองเรือ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร
9.ทางหลวงท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา เส้นทางสายโพนม่วง - แสนสี สิ้นสุดที่สะพานข้ามลำพลับพลา ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร
10.ทางท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา จากทางหลวง 2081 - คุ้มหนองกระจับบ้านโนนหนามแท่ง ระยะทาง 3.1 กิโลเมตร
11.ทางท้องถิ่น โดยในความรับผิดชอบ อบต.ไพรขลา จากทางหลวง 2081 - ถึงแบ่งเขต อบต.ไพรขลา-หนองเรือ ระยะทาง 1 กิโลเมตร
การโทรคมนาคม
1.เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ AIS จำนวน 1 แห่ง สถานที่ตั้ง บ้านม่วงสวรรค์ หมู่ที่ 7
2.เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ TRUE จำนวน 2 แห่ง สถานที่ตั้ง บ้านไพรขลา หมู่ที่ 1 และบ้านโพนม่วง หมู่ที่ 10
3.สถานีชุมสายย่อย TOT จำนวน 1 แห่ง สถานที่ตั้ง ข้างทางหลวง 2081 กึ่งกลางระหว่างบ้านขามกับไพรขลา
การไฟฟ้า
ตำบลไพรขลามีไฟฟ้าใช้ครบทุกหมู่บ้าน มีระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ำด้านการอุปโภคบริโภค จำนวน 4 ระบบ ประกอบด้วย บ้านโพนทัน หมู่ที่ 3 บ้านตาเฮอ หมู่ที่ 5 บ้านโนนตาลหมู่ที่ 8 และบ้านโนนโพธิ์ หมู่ที่ 9 มีระบบสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าเพื่อการเกษตร 2 ระบบ ในพื้นที่โครงการทะเลสาบทุ่งกุลา
แหล่งน้ำธรรมชาติ
ตำบลไพรขลามีแหล่งน้ำตามธรรมชาติ 2 ลำน้ำคือ
1.ลำพลับพลา เป็นลำน้ำที่ใช้แบ่งเขตพื้นที่ระหว่างจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดร้อยเอ็ด พาดผ่านด้านทิศเหนือ ผ่านบ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ 6 บ้านม่วงสวรรค์หมู่ที่ 7 และบ้านโพนม่วง หมู่ที่ 10 มีระยะทางคดโค้งตามสภาพพื้นที่ ยาว 14 กิโลเมตร มีศักยภาพด้านการระบายน้ำท่วมในเขตพื้นที่ทุ่งกุลา แต่มีศักยภาพต่ำในด้านการกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร
2.ลำห้วยตาอุ่น ในเขตตำบลไพรขลาเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยตาอุ่น มีความยาวตามลักษณะการคดเคี้ยวยาว 4 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของบ้านขามหมู่ที่ 2 มีศักยภาพด้านการระบายน้ำในเขตพื้นที่ด้านการเกษตรในตอนล่างของตำบลไพรขลา มีศักยภาพปานกลางในการกับเก็บน้ำ ชาวเป็นขามใช้เป็นต้นทุนสำรองสำหรับระบบประปาของหมู่บ้าน
หนองน้ำสาธารณะ
1.บ้านไพรขลา หมู่ที่ 1 มีหนองน้ำจำนวน 8 หนอง แยกเป็น
หนองกระจับน้อย มีเนื้อที่ 19 ไร่ มีความจุน้ำ 60,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองมิมะใหญ่ มีเนื้อที่ 7 ไร่ มีความจุน้ำ 6,500 ลูกบาศก์เมตร
หนองมิมะน้อย มีเนื้อที่ 3 ไร่ มีความจุน้ำ 2,400 ลูกบาศก์เมตร
หนองจังหัน มีเนื้อที่ 4 ไร่ มีความจุน้ำ 4,800 ลูกบาศก์เมตร
หนองท่าแคน มีเนื้อที่ 5 ไร่ มีความจุน้ำ 8,400 ลูกบาศก์เมตร
หนองท่าโพน มีเนื้อที่ 25 ไร่ มีความจุน้ำ 120,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองตาหมอก มีเนื้อที่ 3 ไร่ มีความจุน้ำ 2,400 ลูกบาศก์เมตร
หนองท่าไทร พื้นที่ 25 ไร่ มีความจุน้ำ 120,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักในการผลิตประปาใช้ในหมู่บ้าน
2.บ้านขาม หมู่ที่ 2 มีหนองน้ำจำนวน 7 หนอง แยกเป็น
หนองแวง มีเนื้อที่ 16 ไร่ มีความจุน้ำ 12,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองโสนก มีเนื้อที่ 3 ไร่ มีความจุน้ำ 2,400 ลูกบาศก์เมตร
หนองสองห้อง มีเนื้อที่ 7 ไร่ มีความจุน้ำ 11,200 ลูกบาศก์เมตร
หนองโพน มีเนื้อที่ 6 ไร่ มีความจุน้ำ 9,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองตำหนักตราด มีเนื้อที่ 20 ไร่ มีความจุน้ำ 48,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองสำโรง มีเนื้อที่ 3 ไร่ มีความจุน้ำ 8,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองเหลิง มีเนื้อที่ 10 ไร่ มีความจุน้ำ 40,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักในการผลิตประปาใช้ในหมู่บ้าน
3.บ้านโพนทัน หมู่ที่ 3 มีหนองน้ำจำนวน 3 หนอง แยกเป็น
หนองกระจับ มีเนื้อที่ 21 ไร่ มีความจุน้ำ 60,800 ลูกบาศก์เมตร
หนองโพนทัน มีเนื้อที่ 32 ไร่ มีความจุน้ำ 128,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองขันมอญ มีพื้นที่ 9 ไร่มี ความจุน้ำ 28,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักในสูบน้ำด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในหมู่บ้าน
4.บ้านไพรขลาน้อย หมู่ที่ 4 มีหนองน้ำจำนวน 4 หนอง แยกเป็น
หนองสิมใหญ่ มีเนื้อที่ 5 ไร่ มีความจุน้ำ 16,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองสิมน้อย มีเนื้อที่ 5 ไร่ มีความจุน้ำ 9,800 ลูกบาศก์เมตร
หนองช้างตาย มีเนื้อที่ 10 ไร่ มีความจุน้ำ 32,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองบัว พื้นที่ 20 ไร่ มีความจุน้ำ 80,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักในการผลิตประปาใช้ในหมู่บ้าน
5.บ้านตาเฮอ หมู่ที่ 5 มีหนองน้ำจำนวน 1 หนอง หนองติ่งดาว พื้นที่ 5 ไร่ ความจุน้ำ 16,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักในสูบน้ำด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในหมู่บ้าน
6.บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ 6 มีหนองน้ำจำนวน 1 หนอง หนองสระหลวง มีเนื้อที่ 4 ไร่ มีความจุน้ำ 12,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักในสูบน้ำใช้ในหมู่บ้าน
7.บ้านม่วงสวรรค์ หมู่ที่ 7 มีหนองน้ำจำนวน 8 หนอง แยกเป็น
หนองโสนก มีเนื้อที่ 6 ไร่ มีความจุน้ำ 9,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองแสงใหญ่ มีเนื้อที่ 16 ไร่ มีความจุน้ำ 25,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองแสงกลาง มีเนื้อที่ 18 ไร่ มีความจุน้ำ 28,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองแสงข้าง มีเนื้อที่ 21 ไร่ มีความจุน้ำ 25,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองไผ่น้อย มีเนื้อที่ 6 ไร่ มีความจุน้ำ 24,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองหลวง มีเนื้อที่ 34 ไร่ มีความจุน้ำ 81,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองตาเมาะ มีเนื้อที่ 4 ไร่ มีความจุน้ำ 1,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองประปา พื้นที่ 6 ไร่ มีความจุน้ำ 9,600 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักในการผลิตประปาใช้ในหมู่บ้านร่วมกับน้ำจากลำพลับพลา
8.บ้านโนนตาล หมู่ที่ 8 มีหนองน้ำจำนวน 4 หนอง แยกเป็น
หนองโนนตาล พื้นที่ 2 ไร่ มีความจุน้ำ 9,600 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักใช้สูบอุปโภคบริโภคในคุ้มโนนตาล
หนองหัวควาย พื้นที่ 17 ไร่ มีความจุน้ำ 81,600 ลูกบาศก์เมตรใช้เป็นแหล่งน้ำหลักใช้สูบอุปโภคบริโภคในคุ้มหัวควาย
หนองตาล้วน พื้นที่ 7 ไร่ มีความจุน้ำ 22,600 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักใช้สูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ใช้อุปโภคบริโภคในคุ้มโนนสังข์
หนองสระโนนสังข์ พื้นที่ 1 ไร่ มีความจุน้ำ 3,200 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักใช้สูบอุปโภคบริโภคในคุ้มโนนสังข์
9.บ้านโนนโพธิ์ หมู่ที่ 9 มีหนองน้ำจำนวน 1 หนอง หนองพยอม มีพื้นที่ 7 ไร่ มีความจุน้ำ 28,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เป็นแหล่งน้ำหลักใช้สูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อุปโภคบริโภคในหมู่บ้าน
10.บ้านโพนม่วง หมู่ที่ 10 มีหนองน้ำจำนวน 8 หนอง แยกเป็น
หนองหัวช้าง มีเนื้อที่ 9 ไร่ มีความจุน้ำ 9,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองตุ๊กแก มีเนื้อที่ 48 ไร่ มีความจุน้ำ 192,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองใหญ่ มีเนื้อที่ 3 ไร่ มีความจุน้ำ 4,500 ลูกบาศก์เมตร
หนองกลาง มีเนื้อที่ 2 ไร่ มีความจุน้ำ 2,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองหนองระเวียง มีเนื้อที่ 1 ไร่ มีความจุน้ำ 1,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองเหนือหรือหนองตาส้อม มีเนื้อที่ 9 ไร่ มีความจุน้ำ 38,400 ลูกบาศก์เมตร
หนองสระ มีเนื้อที่ 10 ไร่ มีความจุน้ำ 7,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองสิม(อยู่ติดหนองตุ๊กแก) มีเนื้อที่ 24 ไร่ มีความจุน้ำ 96,000 ลูกบาศก์เมตร
11.บ้านโพนงาม หมู่ที่ 11 มีหนองน้ำจำนวน 5 หนอง แยกเป็น
หนองอะมี มีเนื้อที่ 4 ไร่ มีความจุน้ำ 3,200 ลูกบาศก์เมตร
หนองบึง มีเนื้อที่ 2 ไร่ มีความจุน้ำ 2,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองผึ้ง มีเนื้อที่ 3 ไร่ มีความจุน้ำ 9,600 ลูกบาศก์เมตร
หนองตะวันตก มีเนื้อที่ 3 ไร่ มีความจุน้ำ 12,000 ลูกบาศก์เมตร
หนองโพนงาม มีเนื้อที่ 10 ไร่ มีความจุน้ำ 48,000 ลูกบาศก์เมตรใช้เป็นแหล่งน้ำหลักใน<
